Language :   
 
เวชศาสตร์เขตร้อน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จริยธรรมการวิจัย คณะแพทย์ศาสตร์
 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กรมสุขภาพจิต คณะแพทยศาตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  คณะแพทยศาตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานคริทร์   คณะแพทยศาตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  คณะแพทยศาตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ   คณะแพทยศาตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น    คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ชมรมจริยธรรมการวิจัยในคนในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข  วิทยาลัยแพทยศาสตร์กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล กรมแพทย์ทหารบก รพ. จิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ รพ.เมืองฉะเชิงเทรา รพ. พุทธชินราช รพ.กาฬสินธุ์ รพ.เทพธารินทร์ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ รพ. ระยอง รพ. ลำปาง รพ. สวนสราญรมย์
 
Membership
สมัครสมาชิก   l  ลืมรหัสผ่าน
eNewsletter Subscription
 
 
 
 
JREC'S Document
 
 
 
 

Jrec's document

ดาวน์โหลดไฟล์ Document

 ความเป็นมา
 รูปแบบการปฏิบัติงานเป็นอย่างไร ?
 
ความเป็นมาของการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการร่วมพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในคนในประเทศไทยไม่ซ้ำซ้อนสิ้นเปลืองทรัพยากร รวมทั้งพัฒนาศักยภาพกระบวนการพิจารณาการทำวิจัยในคน ให้มีมาตรฐานสากลเป็นที่ยอมรับจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ สำนักงานฯประกอบด้วย คณะกรรมการบริหารและคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรม ซึ่งได้รับการคัดเลือกและเสนอชื่อมาจากหน่วยงาน/สถาบันที่ร่วมมือจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการร่วมฯ

ประโยชน์ที่จะเกิดจากการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการร่วมพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในคนในประเทศไทย

   1. ช่วยลดขั้นตอนและการสูญเสียทรัพยากร โครงการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับหลายสถาบัน (Multi center) ปกติต้องยื่นโครงการต่อคณะกรรมการพิจารณางานวิจัยแต่ละสถาบันพิจารณา และแต่ละสถาบันมีขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติและมาตรฐานที่แตกต่างกัน จึงทำให้เกิดความสิ้นเปลืองทรัพยากรจำนวนมากและทำให้ผู้สนับสนุนการวิจัยอาจไปใช้บริการจากประเทศอื่น ที่มีการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพกว่า การที่มีคณะกรรมการร่วมพิจารณาจริยธรรมฯนี้ จะสามารถย่นระยะเวลาที่ใช้ในการอนุมัติโครงการได้ จะทำให้ประเทศไทยมีโอกาสดึงดูดทุนวิจัยเข้ามาในประเทศได้มากขึ้น

   2. ระดับสถาบันวิจัย ได้รับการพิจารณาสู่กระบวนการพิจารณาสู่ระดับมาตรฐาน สากล เนื่องจากคณะกรรมการร่วมพิจารณาจริยธรรมฯประกอบด้วย คณะกรรมการจริยธรรม จากสถาบันต่างๆ ที่ถูกคัดเลือกและเสนอชื่อมาเป็นกรรมการกลาง บุคคลเหล่านี้จะได้รับการพัฒนา เพื่อให้สามารถพิจารณาในมาตรฐานระดับสากลร่วมกัน และจะสามารถรับพิจารณางานวิจัยอื่นๆ ที่เข้าสู่สถาบันโดยตรงและ/หรือโครงการที่มิใช่ หลายสถาบันเพิ่มขึ้น โดยทางสถาบัน ยังได้รับค่าธรรมเนียมในการพิจารณาโครงการวิจัยตามที่กำหนดไว้เดิม อนึ่ง หากคณะกรรมการจริยธรรมของสถาบันมีกรณีสงสัยใดๆ ในระหว่างการพิจารณาหรือ ภายหลังการพิจารณาของคณะกรรมการร่วมฯ ทางคณะกรรมการจริยธรรมของสถาบันยังมีสิทธิในการขอดูรายละเอียดและสามารถร้องขอพิจารณาโครงการนั้นๆเองได้ ตามสมควร

   3. สร้างแรงจูงใจให้แก่ผู้สนับสนุน ( Sponsor ) เนื่องจากในการยื่นโครงการผ่านคณะกรรมการร่วมพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในคนในประเทศไทยจะประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้มาก ผู้สนับสนุนสามารถเริ่มโครงการได้เร็วแข่งขันกับนานาประเทศได้

   4.  สร้างโอกาสให้กับนักวิจัยไทย การจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการร่วมฯ ดังกล่าวจะเน้นการพิจารณางานวิจัยที่เป็นพหุสถาบัน หากงานวิจัยนั้นๆผ่านการพิจารณาอนุมัติสามารถเพิ่มงานวิจัย ให้กับสถาบันที่เป็นสมาชิกของสำนักงานคณะกรรมการฯ ซึ่งเน้นการดึงงานวิจัยจากต่างประเทศเข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่มต่างๆในประเทศ ดังนั้นจึงจะต้องมีมาตรฐาน สากลที่เป็นที่ยอมรับ จะทำให้นักวิจัยได้พัฒนามาตรฐานการปฏิบัติงานให้เป็นสากลมากขึ้น และเมื่อได้มาตรฐานสากลก็จะมีงานวิจัยต่างๆเพิ่ม เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
   นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างโอกาสให้กับผู้ป่วย การที่มีสำนักงานคณะกรรมการร่วมฯจะมีงานวิจัยใหม่ๆเข้ามามากขึ้น ผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับสิทธิในการเข้าร่วมโครงการ และสิทธิพิเศษในการใช้ยาที่จะค้นพบใหม่โดยรวดเร็ว และมีโอกาสหรือมีทางเลือกในการรักษาเพิ่มขึ้น

  รูปแบบการปฏิบัติงาน เป็นอย่างไร?
 
แผนงานในการดำเนินงานจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการร่วมพิจารณา จริยธรรมการวิจัยในคนในประเทศไทย มีดังนี้

  กิจกรรม ข้อสรุป/ผลที่ได้รับ วันที่ดำเนินการ
1. ประชุมระดมความคิดเห็นในการพัฒนาคณะกรรมการจริยธรรมโดยมีประชุมต่อเนื่อง 3 ครั้ง โดยมีกระทรวงสาธารณสุขและสถาบันต่างๆเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น เสนอให้มีหน่วยงานกลางในการพิจารณาโครงการวิจัย ที่เป็น พหุสถาบัน เพื่อลดความซ้ำซ้อน
22 สิงหาคม 2548
16 มีนาคม 2549
21 เมษายน 2549
2.

ปลัดกระทรวงสาธารณสุขแต่งตั้งคณะ กรรมการพัฒนาระบบความร่วมมือระหว่างสถาบันในการพิจารณาด้านจริยธรรมการวิจัยทางคลินิกของประเทศไทย

คำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ 473 / 2549 16 พฤษภาคม 2549
3.

จัดพิธีลงนามความร่วมมือในการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการร่วมฯ

มีหน่วยงานและสถาบันต่างๆร่วมลงนาม จำนวน 14 หน่วยงาน/สถาบัน

25 กรกฎาคม 2549
4.

คณะกรรมการพัฒนาระบบความร่วมมือฯ แต่งตั้งอนุกรรมการร่างวิธีดำเนินการมาตรฐาน ( SOP )

(ร่าง)วิธีดำเนินการมาตรฐาน (SOP) 9 สิงหาคม 2549
5. ส่งร่างวิธีดำเนินการมาตรฐาน ( SOP ) ให้แต่ละหน่วยงาน/สถาบันร่วมลงนาม นำเสนอให้แต่ละสถาบันที่ลงนามความร่วมมือ รวมถึงหน่วยงานอื่นที่มีคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมร่วมพิจารณา 25 สิงหาคม 2549
6. คณะอนุกรรมการร่างวิธีดำเนินการมาตรฐาน ปรับแก้(ร่าง)วิธีดำเนินการมาตรฐาน (ร่าง)วิธีดำเนินการมาตรฐาน (SOP) ที่ได้รับการปรับแก้ไข 10-25 กย. 2549
7. นัดประชุมคณะทำงานพัฒนาระบบความร่วมมือฯและผู้แทนแต่ละสถาบัน/หน่วยงานพิจารณา (ร่าง)วิธีดำเนินการมาตรฐาน (SOP) ที่ได้รับการปรับแก้แล้ว คู่มือ วิธีดำเนินการมาตรฐาน (SOP) ของสำนักงานคณะกรรมการร่วมพิจารณา จริยธรรมการวิจัยในคนในประเทศไทย 6 ตุลาคม 2549
8.

ให้แต่ละหน่วยงาน/สถาบันส่งผู้แทน สถาบันละ 5 คนเพื่อคัดเลือกคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริหาร
คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรม

20 ต.ค.-
6 พ.ย.. 2549
9. ประชุมคัดเลือกคณะกรรมการบริหารสำนักงานคณะกรรมการร่วมและพิจารณาวิธีดำเนินการมาตรฐาน

คณะกรรมการบริหาร
สำนักงานคณะกรรมการร่วมฯ
ที่ประชุมมีมติ ให้ตั้งคณะทำงาน 1 คณะ เพื่อทำหน้าที่
- กำหนดรูปแบบการบริหาร
- สรรหาคณะกรรมการ
- ร่างวิธีดำเนินการมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการร่วมฯ

14 พ.ย. 2549
10.

ประชุมคณะกรรมการทำงาน ประกอบด้วย
1. ศ.นพ.เอนก วารีพรรค
2. นพ.ปกรณ์ ศิริยง
3. รศ.นพ.จักรชัย จึงธีรพา นิช
4. รศ.โสภิต ธรรมอารี
5. รศ.นิมิต มรกต
6. รศ.พญ.ธาดา สืบหลินวงศ์
7 . พันตรีประชา ธรรมโชติ

จัดทำและพิจารณาร่างข้อบังคับ มูลนิธิส่งเสริมการศึกษาวิจัยในคนในประเทศไทย 1 ธันวาคม 2549
11.

ประชุมพิจารณาร่างข้อบังคับโดยมีประธานคณะกรรมการจริยธรรมและเลขาฯของสถาบันต่าง ๆ ดังนี้ คณะแพทยศาสตร์ จาก
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- รามาธิบดี
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- มหาวิทยาลัยนเรศวร
- มหาวิทยาลัยรังสิต(รพ.ราชวิถี)
- มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- คณะเวชศาสตร์เขตร้อน
- กรมการแพทย ์ , กรมสุขภาพจิต , สำนักปลัด กระทรวงสาธารณสุข
- วิทยาลัยแพทยศาสตร์
- กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล

ได้ข้อสรุปร่างข้อบังคับมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาวิจัยในคนในประเทศไทย 1 4 ธันวาคม 2549
12. จัดทำบันทึกข้อตกลง ลงนามความร่วมมือให้ผู้มีอำนาจของแต่ละสถาบันลงนาม   31 ธ.ค. 2549
13. จัดทำ Website ของสำนักงานคณะกรรมการร่วมฯ เพื่อความสะดวกในการติดต่อประสานงานระหว่างคณะกรรมการฯ และประชาสัมพันธ์การดำเนินงาน Website 31 ธ.ค. 49 -
20 ก.พ. 50
14.

รับพิจารณาโครงการฯ

  มีนาคม 2550
15.

ประชุมคณะกรรมการฯ

  หลังเริ่ม 3 เดือน
16.

ขอรับการสำรวจ ( Survey )
TDR/WHO

  ปลายปี 2550

  ข้อบังคับ มูลนิธิ JREC
     ดาวน์โหลดไฟล์ กดที่นี้

 top   
Home  l  Site Map  l  Contact Us
Copyright & 2007. All right reserved.Joint Research Ethics Committees